แม่สามีกับลูกสะใภ้ วาทะธรรมท่านธรรมาจารย์เจิ้งเหยียน(證嚴法師)
สะใภ้ผู้หนึ่งพูดกับท่านธรรมาจารย์ว่า"ฉันปรนนิบัติแม่สามีอย่างดีแล้ว แต่ท่านยังคงไม่ดีต่อฉันเลย"
แม่ สามีปฏิบัติต่อเราไม่ดีนั้น เป็นเรื่องของท่าน แต่เราปฏิบัติดีต่อท่านนั้น เป็นหน้าที่ของเรา ต้องรู้ว่าการกระทำของเรานั้น อยู่ในสายตาของลูกๆ ตลอดเวลา ลูกจะเรียนรู้จากเราด้วย หากเราดีต่อท่าน ถ้าให้คะแนนจะได้ถึงเก้าสิบเก้าคะแนน ทำไม่ถึงไม่ปฏิบัติดีต่อท่านให้ได้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคะแนน เพื่อให้ได้เต็มร้อยล่ะ
สมาชิกถามถึงการอยู่ร่วมกันระหว่างแม่สามีกับลูกสะใภ้
จง ปรนนิบัติต่อพ่อแม่สามีอย่างดี เพื่อให้ท่านมีความสุข ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย จะเป็นบุญกุศลของลูกสะใภ้ ไม่ควรไปขัดใจท่าน ทำให้ท่านโกรธหรือเจ็บไข้ได้ป่วย การดูแลการพยาบาลท่านตกเป็นหน้าที่ของสะใภ้โดยตรง ดังนั้นควรเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน เมื่อไปซื้อกับข้าวที่ตลาด ก็จงอย่าคิดแต่จะซื้ออาหารที่ลูก ๆ ชอบ โดยไม่คำนึงถึงพ่อแม่สามีว่าชอบทานอะไรบ้าง จะทำการใด ๆ ต้องมีความเคารพต่อท่านเสมอ
จาก หนังสือ วาทะธรรม ๑ ธรรมาจารย์เจิ้งเหยียน หน้า 167
เป็นข่าวกิจกรรมของกลุ่ม อาสาสมัครฉือจี้ เขตราชบุรี บันทึกความก้าวหน้า สื่อสาร เผยแพร่ ข่าวสารให้ผู้ที่สนใจ กิจกรรมจิตอาสาแนวพุทธฉือจี้ ทราบและมาร่วมงานกัน
วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
วาทะธรรม ท่าน ซั่งเหยิน
วาทะธรรม ชุด การพัฒนาบุคลิกภาพ ความรักที่บริสุทธ์
ของ ท่าน ธรรมมาจารย์ เจิ้นเหยียน
1. “อะไรคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต คำตอบก็คือความรัก ผู้ที่เสียสละความสุขส่วนตัว และสามารถให้ความรักแก่ผู้อื่น จะเป็นผู้ที่มีความสุขอยู่เสมอ ชีวิตจะมีคุณค่าอย่างยิ่ง”
2. “บุคคลที่รักผู้อื่น หรือเป็นที่รักของผู้อื่น ล้วนเป็นบุคคลที่มีความสุข”
3. “จงอย่าปิดกั้นตนเอง ขอให้รักผู้อื่นก่อน แล้วผู้อื่นจึงจะรักเรา”
4. “คนเราต้องรักศักดิ์ศรีของตนก่อน จึงจะรักผู้อื่นได้ทั่วหล้า”
5. “ยอมให้ผู้อื่นหนึ่งก้าว รักผู้อื่นมากขึ้นอีกนิด ทำได้ดังนี้ ชีวิตเราจะมีความสุขตลอดไป”
6. “หากเราปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความรักและเมตตา ความอับโชคและภยันตราย จะไม่กล้ำกรายมาใกล้
ดังนั้น เราต้องเป็นผู้ที่ยอมเสียเปรียบในสิ่งเล็กๆน้อยๆ และทำตัวเป็นผู้ประเสริฐที่ฉลาด สามารถที่จะแสร้ง
ทำตัวเป็นดั่งผู้โง่เขลา”
7. “ จงเปลี่ยนความโกรธให้เป็นความนุ่มนวล แล้วค่อยเปลี่ยนความนุ่มนวลให้เป็นความรัก เมื่อทำได้ดังนี้ โลกนี้ก็จะน่าอภิรมย์ยิ่ง”
8. “การทำบุญมิใช่เป็นสิทธิ์เฉพาะของผู้มั่งมี ผู้มีจิตศรัทธาและความใจที่เปี่ยมไปด้วยความรักก็มีสิทธิ์ทำบุญได้เช่นกัน”
9. “ความรู้สึกเศร้าที่สุดในชีวิตของคนเราคือ “เห็นคนอื่นมีครอบครัวแต่ตัวเราไม่มี” ดังนั้น ผู้ที่ปฏิบัติธรรมจะได้ยินคำพูดที่ว่า “ขอให้เราถือว่ามวลสรรพสัตว์ที่มีอายุมากเป็นดั่งบิดามารดาของตนเอง จงรักผู้ที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันเหมือนพี่ เหมือนน้อง และดูแลช่วยเหลือผู้อ่อนเยาว์กว่าดังเช่นลูกหลานของเรา” นี่คือสัจจธรรมที่สูงที่สุด และงดงามที่สุดของมวลมนุษยชาติ”
10. “จงอย่านำความทุกข์ไปปะปนกับความรัก เพราะความทุกข์จะทำให้ความรักไม่บริสุทธิ์”
11. “การปลูกฝังความรักที่บริสุทธ์ โดยไม่คำนึงถึงการ “ได้หรือเสีย” จึงจะถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่หวังผลตอบแทน ดังนี้แล้ว จะไม่ทำให้เราเกิดทุกข์”
12. “ความรักที่หวังผลตอบแทน เป็นความรักที่ไม่จีรังยั่งยืน ความรักที่เป็นนิรันดร์นั้น คือความรักที่ไม่มีรูปลักษณ์ เป็นความรักที่บริสุทธิ์ และไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆเลย”
13. “พ่อแม่ที่รักลูกมากเกินไป จะเป็นการสร้างความทุกข์แก่ลูก จงไว้ใจพวกเขา แล้วพวกเขาจะมีความสบายใจ”
14. “ชาที่มีรสหอม และรสดี เมื่อดื่มแล้วจะรู้สึกกระปรี้กระเปร่า หากชานั้น ชงเข้มข้นเกินไป จะมีรสขมจนดื่มไม่ได้ ความรักในโลกนี้ก็เป็นเช่นนี้แล”
15. “เรามักจะรู้สึกว่าในหัวใจของเราขาดความรัก จึงไม่รู้สึกพอในความรัก เปรียบดั่งภูตผีที่หิวโหย หากเราลุ่มหลงอยู่ในความรัก จะทำให้เราไม่รู้จักพอ”
16. “เมื่อเราพูดถึงความรัก เราจะพูดในแง่ของความรักที่มีสติ เมื่อเราพูดถึงความรัก เราจะพูดในแง่ที่เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่ และหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง”
17. “พระพุทธองค์ทรงกระตุ้นให้เรามีความรักที่ยิ่งใหญ่ลึกซึ้ง และสามารถแผ่กระจายครอบคลุมไปทั่วจักรวาล ทรงสอนให้เราหลุดพ้นจากการรักตนเอง เพื่อให้จักรวาลอบอวลไปด้วยความรัก จงอย่าให้ความรักนี้ เหมือนดั่งดินโคลนที่มีสิ่งอื่นปะปน และเหนียวเหนอะหนะ”
18. “สุภาพสตรีที่มีธรรมะประจำใจ ควรปลูกฝังจิตใจ และจริยวัตรให้เป็นดั่งเช่น แสงจันทร์ที่ผ่องใสนุ่มนวล ควรจะเปิดใจให้กว้างและทอแสงแห่งปัญญา ควรจะทำให้ทุกคนในครอบครัวและทุกคนที่คบค้าสมาคมด้วยรู้สึกดั่งได้อาบแสง
จันทร์ที่เยือกเย็น นุ่มนวลและสดชื่น จึงจะได้ชื่อว่า “เรารักทุกคน ทุกคนก็รักเรา” จะได้รู้ซึ้งถึงแก่นสารอันแท้จริงของความรัก และจะได้พัฒนาบุคคลิกภาพให้งดงามยิ่งขึ้น”
(จากหนังสือ วาทะธรรม ของท่านธรรมมาจารย์ เจิ้นเหยี่ยน )
ของ ท่าน ธรรมมาจารย์ เจิ้นเหยียน
1. “อะไรคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต คำตอบก็คือความรัก ผู้ที่เสียสละความสุขส่วนตัว และสามารถให้ความรักแก่ผู้อื่น จะเป็นผู้ที่มีความสุขอยู่เสมอ ชีวิตจะมีคุณค่าอย่างยิ่ง”
2. “บุคคลที่รักผู้อื่น หรือเป็นที่รักของผู้อื่น ล้วนเป็นบุคคลที่มีความสุข”
3. “จงอย่าปิดกั้นตนเอง ขอให้รักผู้อื่นก่อน แล้วผู้อื่นจึงจะรักเรา”
4. “คนเราต้องรักศักดิ์ศรีของตนก่อน จึงจะรักผู้อื่นได้ทั่วหล้า”
5. “ยอมให้ผู้อื่นหนึ่งก้าว รักผู้อื่นมากขึ้นอีกนิด ทำได้ดังนี้ ชีวิตเราจะมีความสุขตลอดไป”
6. “หากเราปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความรักและเมตตา ความอับโชคและภยันตราย จะไม่กล้ำกรายมาใกล้
ดังนั้น เราต้องเป็นผู้ที่ยอมเสียเปรียบในสิ่งเล็กๆน้อยๆ และทำตัวเป็นผู้ประเสริฐที่ฉลาด สามารถที่จะแสร้ง
ทำตัวเป็นดั่งผู้โง่เขลา”
7. “ จงเปลี่ยนความโกรธให้เป็นความนุ่มนวล แล้วค่อยเปลี่ยนความนุ่มนวลให้เป็นความรัก เมื่อทำได้ดังนี้ โลกนี้ก็จะน่าอภิรมย์ยิ่ง”
8. “การทำบุญมิใช่เป็นสิทธิ์เฉพาะของผู้มั่งมี ผู้มีจิตศรัทธาและความใจที่เปี่ยมไปด้วยความรักก็มีสิทธิ์ทำบุญได้เช่นกัน”
9. “ความรู้สึกเศร้าที่สุดในชีวิตของคนเราคือ “เห็นคนอื่นมีครอบครัวแต่ตัวเราไม่มี” ดังนั้น ผู้ที่ปฏิบัติธรรมจะได้ยินคำพูดที่ว่า “ขอให้เราถือว่ามวลสรรพสัตว์ที่มีอายุมากเป็นดั่งบิดามารดาของตนเอง จงรักผู้ที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันเหมือนพี่ เหมือนน้อง และดูแลช่วยเหลือผู้อ่อนเยาว์กว่าดังเช่นลูกหลานของเรา” นี่คือสัจจธรรมที่สูงที่สุด และงดงามที่สุดของมวลมนุษยชาติ”
10. “จงอย่านำความทุกข์ไปปะปนกับความรัก เพราะความทุกข์จะทำให้ความรักไม่บริสุทธิ์”
11. “การปลูกฝังความรักที่บริสุทธ์ โดยไม่คำนึงถึงการ “ได้หรือเสีย” จึงจะถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่หวังผลตอบแทน ดังนี้แล้ว จะไม่ทำให้เราเกิดทุกข์”
12. “ความรักที่หวังผลตอบแทน เป็นความรักที่ไม่จีรังยั่งยืน ความรักที่เป็นนิรันดร์นั้น คือความรักที่ไม่มีรูปลักษณ์ เป็นความรักที่บริสุทธิ์ และไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆเลย”
13. “พ่อแม่ที่รักลูกมากเกินไป จะเป็นการสร้างความทุกข์แก่ลูก จงไว้ใจพวกเขา แล้วพวกเขาจะมีความสบายใจ”
14. “ชาที่มีรสหอม และรสดี เมื่อดื่มแล้วจะรู้สึกกระปรี้กระเปร่า หากชานั้น ชงเข้มข้นเกินไป จะมีรสขมจนดื่มไม่ได้ ความรักในโลกนี้ก็เป็นเช่นนี้แล”
15. “เรามักจะรู้สึกว่าในหัวใจของเราขาดความรัก จึงไม่รู้สึกพอในความรัก เปรียบดั่งภูตผีที่หิวโหย หากเราลุ่มหลงอยู่ในความรัก จะทำให้เราไม่รู้จักพอ”
16. “เมื่อเราพูดถึงความรัก เราจะพูดในแง่ของความรักที่มีสติ เมื่อเราพูดถึงความรัก เราจะพูดในแง่ที่เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่ และหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง”
17. “พระพุทธองค์ทรงกระตุ้นให้เรามีความรักที่ยิ่งใหญ่ลึกซึ้ง และสามารถแผ่กระจายครอบคลุมไปทั่วจักรวาล ทรงสอนให้เราหลุดพ้นจากการรักตนเอง เพื่อให้จักรวาลอบอวลไปด้วยความรัก จงอย่าให้ความรักนี้ เหมือนดั่งดินโคลนที่มีสิ่งอื่นปะปน และเหนียวเหนอะหนะ”
18. “สุภาพสตรีที่มีธรรมะประจำใจ ควรปลูกฝังจิตใจ และจริยวัตรให้เป็นดั่งเช่น แสงจันทร์ที่ผ่องใสนุ่มนวล ควรจะเปิดใจให้กว้างและทอแสงแห่งปัญญา ควรจะทำให้ทุกคนในครอบครัวและทุกคนที่คบค้าสมาคมด้วยรู้สึกดั่งได้อาบแสง
จันทร์ที่เยือกเย็น นุ่มนวลและสดชื่น จึงจะได้ชื่อว่า “เรารักทุกคน ทุกคนก็รักเรา” จะได้รู้ซึ้งถึงแก่นสารอันแท้จริงของความรัก และจะได้พัฒนาบุคคลิกภาพให้งดงามยิ่งขึ้น”
(จากหนังสือ วาทะธรรม ของท่านธรรมมาจารย์ เจิ้นเหยี่ยน )
กิจกรรมประจำเดือน พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ของ เขต ตง๑
ตารางกิจกรรมประจำเดือน พ.ย. 2552 เขตตง 1
รับสมัครอาสาสมัคร
11/1 09.00 น. ทำความสะอาดมูลนิธิฯ
11/2 13.00 น. ชั้นเรียนวาทะธรรมที่วัดโบสถ์ (รักโลก)
☆ รับสมัครคุณครูที่เกษียนแล้วหรือผู้ปกครองที่มีความสนใจด้านการศึกษา 10 ตำแหน่ง
11/5 10.00 – 12.00 น. งานฝีมือ(ที่มูลนิธิฯ) ทำสะบู่และลูกชุบ
☆ รับสมัครผู้สนใจเรียนฟรี 20 คน
09.30 ลงชื่อที่อาจารย์นิภาวรรณผู้สอน
11/7-8 ชั้นเรียนอบรมจากคณะอาจารย์ไต้หวัน
11/9 13.00-18.00 ชั้นเรียนวาทะธรรมที่วัดโบสถ์(ความร่วมมือ)
☆ รับสมัครคุณครูที่เกษียนแล้วหรือผู้ปกครองที่มีความสนใจด้านการศึกษา 10 ตำแหน่ง
11/14 งานเลี้ยงขอบคุณคณะแพทย์พยาบาลรพ.บ้านแพ้ว
11/17-22 อบรมอาสาสมัครชาวไทยที่เชียงราย
☆ รับสมัครพลเมืองดีที่มีใจรัก 20 ท่าน
11/23 13.00-18.00 ชั้นเรียนวาทะธรรมที่วัดโบสถ์(ความมัธยัส)
☆ รับสมัครคุณครูที่เกษียนแล้วหรือผู้ปกครองที่มีความสนใจด้านการศึกษา 10 ตำแหน่ง
11/29 07.00-18.00 เยี่ยมและแจกของผู้ยากไร้ที่บ้านแพ้ว
☆ รับสมัครพลเมืองดี 20 คน
สมัครได้ที่ คุณวัชราพร โทร.089-6638838 E-mail : vtip81@yahoo.com
วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2552
ส่วนหนึ่งของคำบรรยาย อาจารย์หยางเย่ฟง
อาจารย์ หยางเย่ฟง อายุ 73 ปีแล้ว เป็นครูผู้หญิง อาวุโส ของฉือจี้ เป็นครูมาตลอดชีวิต เคยเป็น ผอ.โรงเรียนประถม และมัธยมสาธิต
ของมหาวิทยาลัยฉือจี้ ได้มาบรรยาย ให้ครูฟังที่ สถาบันของกระทรวงศึกษาธิการ ในวัดไร่ขิงเมื่อ 15 มีนาคม 2552
ข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปฟัง ท่านบรรยาย ท่านบรรยายเป็นภาษาจีน ฟังจากคำแปล ก็คงเก็บความได้บ้าง ถึงว่าเป็นสมุดจดเลคเชอร์ของนักเรียนคนหนึ่งก็แล้วกันจะนำไปอ้างอิงแบบเป็นทางการ อะไร ไม่ได้ แค่นำไปค้นต่อเท่านั้น
ปรัชญาของโรงเรียน คือ พรหมวิหารธรรม ๔
เน้นความรู้ คู่คุณธรรม
ใช้ความรักในการบริหาร ใช้ศิลป์เป็นกฎระเบียบ
ฝ่ายบริหารทำตัวให้เป็นแบบอย่าง ทำให้ โรงเรียนอบอุ่น
ครู ต้อง ร่วมแรงร่วมใจสามัคคีสมานไมตรี
วิทยาลัยแพทย์ วิทยาลัยพยาบาล สร้างหนุ่มสาวให้มีงานที่ดี เป็นผู้ที่ ได้รับการยกย่องว่าเป็น ต้า อี หวัง
(ต้า อี หวัง = พระพุทธเจ้า เพราะรักษาคน ทั้งร่างกายและจิตใจ)
คุณสมบัติของครู ต้องมีหัวใจที่
โพธิ มานะ ปัญญา เมตตา มุ่งมั่น
จิตของคุณครู ต้องเป็น
จิตอาจารย์ จิตพ่อแม่ จิตพระโพธิสัตว์
ส่งเสริมครูให้
๑.ใช้ความรัก และทำตัวเป็นแบบอย่าง
๒.ประพฤติเป็นแบบอแย่าง
๓.ไม่จำกัดขอบเขตแค่เป็นเพียงอาชีพ
สร้างนักเรียนให้
เคารพรักตนเอง กระตือรือล้น แสดงศักยภาพ ทักษะความรู้ ด้านดี
หว่านเมล็ดพันธ์แห่งความเมตตา มีวินัย ทำเพื่อสังคม
วัตถุประสงค์
๑.ให้รู้จักการดำเนินชีวิต
๒.จรรยา บุคคลิกงาม เช่นเคารพผู้ใหญ่ ต้อนรับขับสู้
๓.มีจริยธรรม
๔.ให้บริการ
๕.ชีวิตที่ดีงาม รู้จักพอ ให้อภัย ไม่อาฆาต สำนึกคุณ
มีเมตตา กินเจ มีชุดอาหารของตนเอง มีเครื่องแบบ(ทำให้ประหยัด สมถะ สวยงาม สง่า บุคคลิกดี)
ของมหาวิทยาลัยฉือจี้ ได้มาบรรยาย ให้ครูฟังที่ สถาบันของกระทรวงศึกษาธิการ ในวัดไร่ขิงเมื่อ 15 มีนาคม 2552
ข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปฟัง ท่านบรรยาย ท่านบรรยายเป็นภาษาจีน ฟังจากคำแปล ก็คงเก็บความได้บ้าง ถึงว่าเป็นสมุดจดเลคเชอร์ของนักเรียนคนหนึ่งก็แล้วกันจะนำไปอ้างอิงแบบเป็นทางการ อะไร ไม่ได้ แค่นำไปค้นต่อเท่านั้น
ปรัชญาของโรงเรียน คือ พรหมวิหารธรรม ๔
เน้นความรู้ คู่คุณธรรม
ใช้ความรักในการบริหาร ใช้ศิลป์เป็นกฎระเบียบ
ฝ่ายบริหารทำตัวให้เป็นแบบอย่าง ทำให้ โรงเรียนอบอุ่น
ครู ต้อง ร่วมแรงร่วมใจสามัคคีสมานไมตรี
วิทยาลัยแพทย์ วิทยาลัยพยาบาล สร้างหนุ่มสาวให้มีงานที่ดี เป็นผู้ที่ ได้รับการยกย่องว่าเป็น ต้า อี หวัง
(ต้า อี หวัง = พระพุทธเจ้า เพราะรักษาคน ทั้งร่างกายและจิตใจ)
คุณสมบัติของครู ต้องมีหัวใจที่
โพธิ มานะ ปัญญา เมตตา มุ่งมั่น
จิตของคุณครู ต้องเป็น
จิตอาจารย์ จิตพ่อแม่ จิตพระโพธิสัตว์
ส่งเสริมครูให้
๑.ใช้ความรัก และทำตัวเป็นแบบอย่าง
๒.ประพฤติเป็นแบบอแย่าง
๓.ไม่จำกัดขอบเขตแค่เป็นเพียงอาชีพ
สร้างนักเรียนให้
เคารพรักตนเอง กระตือรือล้น แสดงศักยภาพ ทักษะความรู้ ด้านดี
หว่านเมล็ดพันธ์แห่งความเมตตา มีวินัย ทำเพื่อสังคม
วัตถุประสงค์
๑.ให้รู้จักการดำเนินชีวิต
๒.จรรยา บุคคลิกงาม เช่นเคารพผู้ใหญ่ ต้อนรับขับสู้
๓.มีจริยธรรม
๔.ให้บริการ
๕.ชีวิตที่ดีงาม รู้จักพอ ให้อภัย ไม่อาฆาต สำนึกคุณ
มีเมตตา กินเจ มีชุดอาหารของตนเอง มีเครื่องแบบ(ทำให้ประหยัด สมถะ สวยงาม สง่า บุคคลิกดี)
วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2552
ลุงหมิก ต.หนองโพ อ.โพธาราม

ลุงหมิก
ต.หนองโพ อ.โพธาราม
ผู้สูงอายุ
อยู่ตัวคนเดียว
ไม่มีบ้านอยู่ อยู่ที่อ่านหนังสือพิมพ์ ประจำหมู่บ้าน
เป็นโรคต้อหิน
ไม่ได้รับรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพราะไม่มีเงินมาหาหมอ
ปัจจุบันตาบอด ๑ ข้าง อีกข้างมัว
ป้ายกำกับ:
การกุศล,
ครอบครัวบุญคุณ,
ราชบุรี
วันศุกร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

